ไทยใหญ่

กลุ่มชาติพันธ์ไทยใหญ่

ไทยใหญ่คือกลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลภาษาไท-กะได ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดใหญ่อันดับสองของพม่า ส่วนมากอาศัยในรัฐฉาน ประเทศพม่าและบางส่วนอาศัยอยู่บริเวณดอยไตแลง ชายแดนประเทศไทย-ประเทศพม่า คนไทใหญ่ในประเทศพม่ามีประมาณ 3 หรือ 4 ล้านคน แต่มีไทใหญ่หลายแสนคน ที่ได้อพยพเข้าสู่ประเทศไทยเพืี่อหนีปัญหาทางการเมืองและการหางาน ตามภาษาของเขาเองจะเรียกตัวเอง ไต๊ หรือ ไต (ตามสำเนียงไทย) พี่น้องไต๊ในพม่ามีหลายกลุ่ม เช่น ไต๊คืน ไต๊แลง ไต๊คัมตี ไต๊ลื้อ และ ไต๊เมา แต่กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ ไต๊โหลง ไต๊ = ไทย และ โหลง(หลวง) = ใหญ่ ซึ่งคนไทยเรียก ไทยใหญ่ เหตุฉะนั้นจะเห็นได้ว่าภาษาไต๊ และภาษาไทยคล้ายกันบ้างแต่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีคำเรียกไทใหญ่อีกอย่างว่า เงี้ยว แต่เป็นคำที่ไม่สุภาพในการเอ่ยถึงชาวไทใหญ่

คนไทใหญ่เองเรียก ตัวเองว่า “ไต” ไทใหญ่ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณพม่า ลาว ไทย และในเขตประเทศจีนตอนใต ในประเทศไทยพบชาวไทใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ และแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านของชาวไทใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มหุบเขาหรือบริเวณที่อยู่ใกล้ แหล่งน้ำ บ้านเรือนสร้างจากไม้ไผ่ยกพื้น สูงประมาณ 8 ฟุต หลังคามุงด้วย หญ้าแห้ง ภายในบ้านจะมีเตาไฟ มีห้องนอน บ้านแต่ละหลังจะมีสวนล้อมรอบสัตว์เลี้ยงจะผูก อยู่บริเวณประตูบ้าน ชาวไทใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าว โดยการวิดน้ำ เข้านา แบบนาดำ โดยมีแปลงเพาะกล้า ส่วนบริเวณที่มีน้ำน้อย จะใช้วิธีปลูกข้าวบนที่ดอน พืชชนิด อื่นๆ ที่ปลูกได้แก่ ฝ้าย ยาสูบ อ้อย ข้าวโพด ถั่ว มะเขือเทศ ส้ม กล้วย มะนาว มะม่วง มะละกอ เป็นต้น สัตว์เลี้ยงได้แก่ วัว ควาย ม้า หมู ไก่ เป็นต้น อุตสาหกรรมในครัวเรือนของไทใหญ่ ได้แก่ การปั้นหม้อไห การแกะสลัก การทำเครื่องเงิน การทอผ้าฝ้าย การทำกระดาษ เป็นต้น หน้าที่ของผู้หญิง ชาวไทใหญ่ ได้แก่ ทอผ้า ตักน้ำ เก็บฟืน ตำข้าว ทำอาหาร จ่ายตลาด ส่วนผู้ชายทำหน้าที่สร้างบ้านเรือน ทำนาทำไร่ อย่างไรก็ตามชาย หญิงจะช่วย กันเพาะปลูกในฤดูหว่านไถและเก็บเกี่ยว

ประเพณีวัฒนธรรม

 การแต่งกาย

021_clip_image002_0000ผู้ชาย

กางเกง เป็นกางเกงขาก๊วย เป้าและขาเหมือนกางเกงของชาวจีน เอวกว้างใช้พับทบเข้ามาให้พอดีกับเอว เรียกว่า “ก๋นไต” คาดด้วยเข็มขัด

เสื้อ ตัวในใช้เสื้อเชิ้ต มีเสื้อกล้ามรองชั้นในอีกชั้นหนึ่ง เสื้อตัวนอกเป็นเสื้อคอกลมแขนยาว ไหล่เลยลงมาต่อตะเข็บตรงกึ่งกลางแขนผ่าหน้าติดด้วยกระดุมขอดห้าคู่ ด้านหนึ่งใช้ผ้าขอดเป็นหัวกระดุมลักษณะ   หัวแมลงวัน อีกด้านหนึ่งทำเป็นห่วงเย็บติดขนานกันเหลือห่วงตรงหัวผ้าเป็นหูกระดุมแล้วนำหัวกระดุมมาสอดเข้ากับหูกระดุม จะมีชายผ้าเป็นทางเย็บทอดต่อจากหัวและหูกระดุมทั้งสองข้างยาวด้านละประมาณ ๒ นิ้ว ตัวยาวเท่าสะโพก เรียกว่า “เส้อแต้กปุ่ง” มักใช้ในโอกาสที่เป็นงานในพิธี

021_clip_image022ผู้หญิง

คนในสมัยก่อนนิยมตัดเสื้อผ้าตัวใหญ่ ๆ ให้ลูกสวมใส่หรือใส่เสื้อผ้าสืบทอดกันไปในหมู่พี่น้อง ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัด เมื่อโตพอที่จะสวมผ้าซิ่นได้แล้ว แม่ก็จะสอนให้นุ่งผ้าซิ่นคาดเข็มขัด เสื้อชั้นในจะใช้เสื้อปักลายลูกไม้ที่ด้านหลัง ยกทรงเล็กน้อยตีเกล็ดถี่ๆไว้บนทรง บ่าใหญ่ประมาณ ๒ นิ้วมือ เป็นเสื้อผ่าหน้าใช้เข็มกลัดหรือติดกระดุมเรียกว่า  “เส้อปิ๊ดจ่า”  สวมเสื้อไตหน้าต่อทับด้านนอก  ผู้ใหญ่ใช้ “เสื้อไตหน้าแว๊ด”แบบเสื้อชาวจีน คอกลมแต่ชายเสื้อสั้นแค่เอวมีกระดุมขอดสอดกับหูกระดุมอีกด้านหนึ่งเช่นเดียวกับเสื้อชาย หรือใช้กระดุมชุดที่ทำจากพลอยพม่า ถ้าใช้กระดุมชุดพลอยกระดุมผ้าที่เย็บติดกับตัวเสื้อจะเย็บเป็นหูทั้งสองข้าง ใช้ห่วงของกระดุมพลอยสอดคล้องกับหูของกระดุมผ้า แล้วใช้เม็ดพลอยลอดห่วงผ้าอีกข้างหนึ่งเพื่อลอดรั้งไห้ติดกันไว้ทั้งสองข้าง ผ้าซิ่นจะใช้ผ้าที่มีลวดลายเป็นส่วนใหญ่ เย็บตะเข็บเดียวเป็นผ้าถุงธรรมดา สมัยก่อนจะใช้ผ้าเนื้อนิ่มสีดำต่อตรงเอวเรียกว่า“หัวซิ่น”เวลานุ่งผ้าก็จะเหน็บชายหัวซิ่นได้แน่น ใช้เข็มขัดเงินคาดทับผ้าซิ่นแต่ละแบบที่หญิงไตนิยมใช้จะเรียกต่างๆกันไป

ปอยส่างลอง

feat_2

ประเพณีปอยส่างลอง หรือ งานบวชลูกแก้ว เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวไทยใหญ่ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณ สืบทอดส่งต่อกัน  เหมือนเป็นมรดกอันล้ำค่า น่ายกย่อง การที่ลูกชายได้บวชเณรในพุทธศาสนา จึงถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว

ปอยส่างลอง หรือ งานประเพณีบวชลูกแก้ว ของชาวไทยใหญ่ เป็นการบรรพชาสามเณรให้สืบทอดในพระพุทธศาสนา และเพื่อเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า โดยมีความเชื่อว่า…ถ้าลูกของตนได้บวชเป็นสามเณรจะได้รับอานิสงส์อันแรงกล้า และเมื่ออายุย่างเข้า 9 ปี ครอบครัวที่มีลูกชายจะนิยมบวชเรียน เพราะถือว่าลูกชายยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ พิธีนี้จะจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ แต่ละครอบครัวที่มีลูกชายวัยเดียวกัน จะชักชวนกันและจัดงานบวชพร้อมๆกันในพิธีนี้จะมีการแต่งตัวให้นาคอย่างงดงามคล้ายเจ้าชายไทยใหญ่ ใส่เครื่องทรงคล้ายกษัตริย์ เมื่อเข้าขบวนแห่ก็ให้ขึ้นหลังม้า กางสัปทน (ร่ม) จัดขบวนแห่อย่างสวยงามไปบวชที่วัด มีการจุดบั้งไฟเฉลิมฉลอง หลังจากบวชป็นเณรเรียบร้อบก็จะศึกษาเล่าเรียนพุทธศาสนาอยู่ที่วัด

การรำนก รำโต

ICSS-001

รำนก

กล่าวกันว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากการเทศนาธรรมให้แก่พระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงด์มาสู่โลกมนุษย์ หรือที่เรียกว่าวันพระเจ้าเปิดโลกซึ่งตรงกับวันออกพรรษานั้น ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้พากันถวายการต้อนรับ ขณะที่สัตว์น้อยใหญ่ เช่น เสือ  สิงห์ ช้าง ลิง นก นกกิ่งนะหร่า กิ่งนะหรี่ โต ก็ได้พากันมาถวายการฟ้อนรำด้วย เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ชาวไทใหญ่ จึงได้ยึดถือเอาเหตุการณ์นั้นนำมาปฏิบัติสืบทอดกันมา ส่วนใหญ่นิยมแสดงในงานบุญตามประเภณีของชาวไทยใหญ่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s